
คอลัมน์ จับกระแสลูกทุ่ง
สมรัก บรรลังก์ เรื่อง
คอลูกทุ่งตัวยงคงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่รู้จักเพลง "สาวลาดพร้าว" เพราะตอนนี้ฮิตติดปาก ฮอตติดหูกันน่าดู อย่างนี้ต้องไม่พลาดตามไปล้วงเลาะเจาะลึก เจ้าของน้ำเสียงที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าแต่คุ้นเสียงกับ "สาวมาด เมกะแดนซ์" หรือ "สุรดา ชมวงค์" สาวเมืองหนองบัวลำภู วัย 28 ปี กับชีวิตที่ล้มลุกคลุกคลานจนมีวันนี้ได้
"ชีวิตวัยเด็กหนู พ่อแม่ทำไร่ทำนา แต่ไม่มีนาของตัวเอง อาศัยเช่านาจากคนอื่น ปีไหนที่ไม่มีเงินก็ไปรับจ้างทำนาแทน หนูมีพี่น้อง 5 คน หนูเป็นคนที่ 5 ชีวิตตอนเด็กลำบากสุดๆ พ่อต้องพาไปขอข้าววัดกินจนถึงม.3 ชุดนักเรียนมีชุดเดียวต้องไปขอจากญาติพี่น้องมาใส่ และเลาะชื่อเปลี่ยนเป็นชื่อตัวเอง เวลากลับจากโรงเรียนก็จับเสียมจับพลั่วลงทุ่งนาไปหากับข้าวมากิน ตอนนั้นไม่รู้จักความสบายว่าเป็นยังไง เลยไม่รู้สึกว่าลำบาก"
"ตอนเด็กยังไม่มีความฝัน คิดแค่ว่าอยู่ไปวันๆ กับพ่อแม่ เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ยังถือว่าโชคดีที่ได้เรียนหนังสือ หนูชอบเรียนอยู่แล้ว แม่อยากให้หนูเป็นหมอเพราะเวลาแม่ไม่สบายจะได้มาดูแล สุดท้ายไม่ได้เป็นหมอรักษาโรคแต่ได้เป็นหมอลำแทน(หัวเราะ) แต่แม่มาเสียตอนหนูอยู่ม.2 ด้วยโรคมะเร็งที่ลำคอ ก่อนหน้านี้ปีนึงพี่ชายเป็นโรคไหลตาย ถัดจากแม่เสียมาปีนึงพ่อก็มาเสียอีกด้วยโรคไตวาย ผีซ้ำด้ำพลอยมาตั้งแต่เล็กๆ ตอนนั้นคิดอยู่ว่าหนูไม่มีใครแล้ว"

แล้วชีวิตก็เริ่มผกผัน ฉายแววนักร้อง "พอพ่อเสียหนูก็ย้ายมาอยู่โคราชกับพี่สาว เขาเปิดร้านเสริมสวย หนูเรียนหนังสือด้วยทำงานด้วย เส้นทางที่พามาสู่การร้องเพลงเกิดจากวันนึงไปช่วยซองงานบวช หนูนั่งดูวงอิเล็กโทนที่มาเล่นก็อยากเป็นนักร้อง กลับมาบ้านก็มาฝึกร้องเพลงจนคิดว่ามั่นใจแล้วก็ไปขอเขาร้องเพลงในวงอิเล็กโทน เขาฟังเสียงว่าร้องได้ก็หาชุดมาให้ใส่ร้องเพลงเลย งานแรกร้อง 2-3 เพลงได้ค่าแรง 300 บาท จากวันนั้นก็รับงานกับวงอิเล็กโทนมาเรื่อย ไม่ถึงเดือนก็ร้องเพลงเก่ง ค่าตัวจาก 300 เพิ่มมาเป็น 500 บาท"
ถึงหน้าตาจะไม่สวยปิ๊งแต่ลูกเล่นแพรวพราว "หนูร้องเพลงมาเรื่อยๆ คนหน้าเวทีก็ชอบ สไตล์ของหนูคือร้องเพลงแปลง และเล่นกับคนดู บางวันได้ทิปเป็นหมื่นจนนักร้องคนอื่นอิจฉากัน คนสวยๆ ยืนร้องไม่ได้ทิปแต่หนูหน้าตาขี้เหร่ได้เงินเยอะ เสียงก็ใช่ว่าดีมากมายออกแนวห้าวๆ แต่ลีลาการร้องหลุดโลก ตอนนั้นมีรายได้มากขึ้น มีเงินเก็บจนสามารถดาวน์รถฮอนด้าแจ๊ซมาขับได้ แต่ด้วยความที่ทำบุญมากเกินไปไม่ดูตัวเอง ตอนนั้นไปดาวน์รถถวายหลวงพ่อซึ่งเป็นหลวงน้าของหนูจนเงินหมด ชีวิตกลับมาลำบากกว่าเดิมอีก เงินในบัญชีเกลี้ยงเลย งานก็ห่างหายไป"
แล้วโอกาสก็กลับมาอีกครั้งเมื่อได้ทำเพลง "ช่วงนั้นหนูได้มาทำอัลบั้ม "คุณอีปึก" กับท็อปไลน์ฯ ที่มาทำได้เพราะหนูไปร้องเพลงงานบวชที่จ.บุรีรัมย์ อ.สัญลักษณ์ ดอนศรี ไปเจอแล้วชอบเลยชวนมาทำเพลง ทำเสร็จยังไม่รู้ว่าเอาไปขายที่ไหน เสนอไปก็ไม่มีใครเอาเพราะเป็นเพลงแปลงบวกกับหน้านักร้องดี๊ดี(หัวเราะ) อ.สัญลักษณ์เลยเอาเพลงไปเปิดที่สถานีวิทยุบุรีรัมย์ ปรากฏว่ามีคนขอเพลง "คุณอีปึก" เยอะมาก ลามมาจนถึงกรุงเทพฯ จนท็อปไลน์ฯ เรียกอ.สัญลักษณ์มาคุยและบอกว่าจะขายให้"
มานับหนึ่งใหม่แต่ก็ยังไม่วายเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอีกจนได้ "หนูเงินหมดอีกครั้งเพราะตอนนั้นแต่งงานกับแฟนแล้วย้ายไปอยู่โคราช ไปทำวงอิเล็กโทนด้วยกันชื่อ "โต เมกะแดนซ์" ลงทุนไปล้านกว่าบาท ตอนนั้นวงดังมากๆ ทำวงอยู่ดีๆ แฟนหนูเขามีแฟนใหม่ซึ่งเป็นแดนเซอร์ในวงตัวเอง หนูรับไม่ได้ ชีวิตมันต่ำทรามมาก จึงหนีออกจากบ้าน ยกให้เขาทุกอย่างทั้งบ้าน รถ วง แล้วหนูได้มาทำอัลบั้ม2 "ศรีทนได้" กับท็อปไลน์ฯ แต่แป้ก ลำบากไปใหญ่เงินก็ไม่มี งานก็ไม่มี หนูคิดว่าชีวิตลำบากมาตั้งแต่เล็กจะลำบากอีกก็ไม่เป็นไร จากนั้นมาเช่าบ้านอยู่แถวนนทบุรีกับพี่สาวคนที่อยู่กรุงเทพฯ ลำบากขนาดไม่มีข้าวกิน อดมื้อกินมื้อ ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ไม่มีจ่าย ต้องโทร.ไปขอยืมคนนั้นคนนี้ ค่างวดรถก็ติดอยู่ 3-4 งวด เลือดตาแทบกระเด็น จากที่เคยมีเงินเก็บเป็นล้านๆ เป็นไม่มีสักบาท ถึงขั้นหนีไปบวชชีพราหมณ์ที่จ.พิษณุโลกเหมือนไปหาความสงบให้ตัวเอง"
สุดท้ายชีวิตก็พลิกกลับมาด้านสว่างอีกหน "จนแล้วจนรอดได้พี่จิ๋ม สระบุรี เป็นพี่ที่รักและดูแลกันมาตั้งแต่สมัยหนูร้องเพลงอิเล็กโทน เขาชวนไปจ.สระบุรี จะพาไปสมัครร้องเพลงที่โรงเบียร์ หนูกับพี่สาวก็ย้ายมาด้วยกัน ตอนนั้นหนูทำชุด3 "สาวลาดพร้าว" แล้วแต่ยังไม่ออก จนมาธันวาคมปีที่แล้วอัลบั้มวางแผง กระแสตอบรับเร็วมาก ไม่ถึงอาทิตย์คนขอเพลงเยอะมาก อาจจะเพราะ "สาวลาดพร้าว" เป็นเพลงสนุกๆ ฟังครั้งเดียวติดหู เนื้อเพลงจะพูดถึงคนบ้านนอกที่มาอยู่กรุงเทพฯ จากจนๆ ก็อยากอัพเกรดตัวเองมาเป็นสาวลาดพร้าว อยากพูดภาษากลาง ส่วนชื่อ "สาวมาด เมกะแดนซ์" อ.สัญลักษณ์เป็นคนตั้งให้ "สาวมาด" หมายถึง นักร้องที่มาดมั่นในการร้องเพลง ส่วน "เมกะแดนซ์" เป็นสไตล์เพลงสนุกสนาน หนูดีใจที่คนให้การตอบรับ และขอให้ชีวิตดีขึ้นเถิด"
"ตอนนี้คนรู้จักมากขึ้น มันดีในแง่กระแสของงานที่เจ้านายรับมาให้ ทำให้ได้มีกินมีใช้ หนูคิดว่าความลำบากน่าจะผ่านไปแล้ว ตอนนี้ใช้หนี้หมดแล้ว หนูผ่านมาครบสูตรทั้งความลำบากและความสบาย ฉะนั้นต้องระวังไม่ให้กลับไปลำบากอีก ประสบการณ์ชีวิตหนูได้เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการงาน คนรอบข้าง ความหวังอีกอย่างคืออยากมีบ้านสักหลัง กำลังเก็บตังค์สร้างอยู่ ซื้อที่ไว้ 1 ไร่ที่สระบุรี ส่วนเรื่องความรัก เข็ดแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีแฟน มีคนมาจีบนะแต่หนูไม่ชอบ มันเจ็บมาเยอะมาก เสียทุกอย่างจนไม่รู้จะเสียอะไรแล้ว"
เมื่อมีชีวิตที่ดีขึ้นก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะฝัน "ถ้าสร้างบ้านเสร็จก็อยากเปิดร้านกาแฟเล็กๆ และมีอาหารตามสั่งขาย และวางโครงการจะเขียนเพลงด้วย ที่ผ่านมาหนูเคยเขียนเพลงให้ท็อปไลน์ฯ ไปบ้างแล้ว เคยเขียนเพลงให้ "เสียงอีสาน" ชื่อเพลง "ดาวทอง, "เหงาใจให้โทรมา" ฯลฯ น้องเบนซ์ จูเนียร์ ก็เขียนเพลง "คุณครูที่รัก" ให้ หนูเป็นคนที่ชอบทำนองเสนาะมาตั้งแต่เด็ก เห็นอะไรก็เอามาเขียนเป็นกลอนและใส่ทำนองเข้าไปเลย"
อีกไม่นานฝันของ"สาวลาดพร้าว"คงเป็นจริง
ที่มาจาก หนังสือพิมพ์ ข่าวสด
ขอขอบคุณภาพจาก www.skyradiomedia.com