อ.วังน้ำเขียว โคราช กำหนดจัดงาน "เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 10" 10-19 ก.พ.นี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว หลังช่วงวิกฤติทำรายได้หดนับพันล้าน คาด 10 วัน เงินสะพัด 20-30 ล้านบาท ...
นครราชสีมา เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 ก.พ. ที่ทำการ อบต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายจงกล สระเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ อบต. และเกษตรกรผู้ปลูกต้นเบญจมาศ ทำการปรับแต่งสถานที่และติดตั้งหลอดไฟนีออนบนแปลงปลูกต้นเบญจมาศ เพื่อเพิ่มแสงสว่างในเวลากลางคืน เนื่องจากดอกเบญจมาศต้องการแสงสว่างมาก เพื่อทำให้ต้นเบญจมาศชูกิ่งก้านสูง และเร่งดอกให้มีสีสด เช่น สีเหลืองอ่อน, สีเหลืองสดเข้ม, สีม่วงสด, สีบานเย็น, สีม่วงอมขาว, สีแดง, สีส้ม, สีขาว เป็นต้น

นายจงกล เปิดเผยว่า อ.วังน้ำเขียว กำหนดจัดงานดอกเบญจมาศบานในม่านหมอกครั้งที่ 10 ประจำปี 2555 โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 10 - 19 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของ อ.วังน้ำเขียว และกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นรายได้ของพี่น้องเกษตรกรและชาวบ้าน โดยสถานที่ที่ใช้จัดงานยังคงเป็นพื้นที่ที่อยู่บริเวณโดยรอบที่ทำการ อบต. บนเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ และขณะนี้ได้มีการจัดเตรียมแปลงปลูกดอกเบญจมาศกว่า 100 แปลง ปลูกดอกเบญจมาศมากกว่า 30 ชนิด มีการจำหน่ายดอกเบญจมาศในราคากิโลกรัมละ 70-80 บาท จำหน่ายเป็นต้น ต้นละ 10 บาท พร้อมกันนี้ยังได้มีส่วนจัดแสดงการปลูกพืชผัก และผลไม้ปลอดสารพิษผักปลอดสารพิษให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชม และเลือกซื้อผักผลไม้ปลอดสารพิษกลับไปรับประทานที่บ้านได้อีกด้วย
สำหรับการจัดงานดอกเบญจมาศบานในม่านหมอกนั้น ทางองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี ได้ร่วมกับหน่วยงานราชการภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2555 นี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 19 กุมภาพันธ์ 2555 รวมระยะเวลาจัดงาน 10 วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นกระแสการท่องเที่ยวของ อ.วังน้ำเขียว ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งแดนอีสาน เพราะมีระดับโอโซนบริสุทธิ์เป็นอันดับ 7 ของโลก ซึ่งในการจัดงานทุกครั้งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่จะเดินทางมาชมความสวยงามของดอกเบญจมาศ สำหรับในปีนี้ทาง อบต.ได้จัดเตรียมพื้นที่จัดงานไว้ จำนวน 40 ไร่ แบ่งส่วนของงานออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 ส่วนแสดงสวนดอกเบญจมาศที่มีการนำดอกเบญจมาศกว่า 30 ชนิด มาปลูกไว้บนแปลงกว่า 100 แปลง ส่วนที่ 2 ส่วนแสดงแปลงสาธิตการปลูกพืชผักไร้สารพิษ ส่วนที่ 3 ส่วนแสดงการจัดตกแต่งสวนหย่อม และส่วนที่ 4 ส่วนจัดแสดงจำหน่ายสินค้าโอทอป นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-4422-8238

นายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา กล่าวว่า งานดอกเบญจมาศบานในม่านหมอกจัดเป็นประจำทุกปีต่อเนื่อง และเป็นงานเสริมสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น เรื่องการปลูกไม้ดอกเบญจมาศและการกระจายรายได้ของนักท่องเที่ยวที่มาใช้จ่ายซื้อสินค้าของฝาก พักแรม และทานอาหาร ถือว่าเป็นงานสำหรับการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ทั้งนี้การปลูกดอกเบญจมาศต้องใช้ผู้ที่มีความรู้อย่างแท้จริง การเสริมสร้างทักษะอาชีพด้านนี้ยังไม่แพร่หลาย ซึ่งการปลูกก็เพียงปลูกอยู่ในกลุ่มเล็กๆ ของ อ.วังน้ำเขียว แต่สามารถสร้างมูลค่าให้กับพี่น้องเกษตรกรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ แต่ส่วนใหญ่ที่จะมาเที่ยวชมจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยมากันเป็นครอบครัว และมาทัศนศึกษา สำหรับอานิสงส์ของการจัดงานที่เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เด่นชัดคือ พี่น้องเกษตรกรสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยตรงได้ แม้แต่สินค้าที่แปรรูปทางการเกษตร เช่น เห็ด, แหนมเห็ด 3 ชนิด, ผักสดปลอดสารพิษ, พุทราน้ำนม, พุทราสด, น้ำองุ่น, องุ่นสดไร้เม็ด เป็นต้น เป็นการสร้างมูลค่าให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างมาก
นายพงษ์เทพ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมายและนโยบาย ซึ่งตนเชื่อว่านักท่องเที่ยวหรือคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจปัญหาของ อ.วังน้ำเขียว แล้ว คราวนี้อยู่ที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหานี้ ฉะนั้นตนเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบในการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสำคัญ ส่วนทางออกตนเชื่อว่ามันเกี่ยวพันกับคนหลายชนชั้น หลายอาชีพ หลายสาขา ซึ่งจริงๆ ภาครัฐควรจะต้องเข้ามาดูแลในการแก้ไขปัญหาพวกนี้ ไม่ว่าจะหาทางออกกันอย่างไร ตนเชื่อว่าทุกคนรับได้หมด แต่ขอให้เป็นในสิ่งที่มันถูกต้องตามกฎหมายและคำนึงถึงหลายๆ ด้านด้วยกัน ส่วนงานเบญจมาศบานในม่านหมอกช่วง 10 วันนี้ คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านบาท โดยที่พัก ซึ่งปกติทุกวันเสาร์มีการจองห้องพักเต็มประมาณ 80-90% แทบทุกแห่ง
นายพงษ์เทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจ อ.วังน้ำเขียว ตลอดปี 2555 จะกลับมาบูมอีกมากมาย เนื่องจากที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำสุด และตนเชื่อว่าปัญหาเรื่องที่ทำกินจะคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้วปลายปี 2555 อ.วังน้ำเขียวจะได้รับความนิยมอีกครั้งของคนไทย และถ้าปีนี้ไม่เจอวิกฤติน้ำท่วม ที่ผ่านมาในช่วงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 มาสิงหาคม – กันยายน และในช่วงวิกฤติอุทกภัย เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2554 ราคาที่พักลดลงต่ำกว่า 60% อ.วังน้ำเขียว สูญเสียรายได้นับพันล้านบาท โดยเฉพาะราคาบ้าน 6-7 ล้านบาท ที่มีการประกาศขายลดลงเหลือ 2 ล้านบาท แถมสามารถผ่อนชำระได้ด้วย บางแห่งมีประกาศขาย 7 หลัง แต่ก็ไม่มีใครที่จะซื้อ เพราะไม่กล้า และประกอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นยังคาราคาซัง ไม่รู้จะจบอย่างไร หรือหาทางออกได้อย่างไร.




อุบลฯ ประชุมคณะกรรมการเตรียมจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ปี 2555
?แซนโฏนตา? วันสารทเขมรที่ จ.สุรินทร์
ผลการตัดสินการประกวดธิดากาชาดหนองบัวลำภู ประจำปี 2553
ประกวดธิดากาชาดมุกดาหาร รอบแรก กองเชียร์ให้กำลังใจคึกคัก
บุญบั้งไฟตำบลหายโศก อำเภอบ้านผือ